Showing posts with label ชาเพื่อสุขภาพ. Show all posts
Showing posts with label ชาเพื่อสุขภาพ. Show all posts

31 May 2013

คุณของชา

                                                           โดย จงรักษ์ กิตติวรการ (ตี่) 



กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีคนเลี้ยงวัวคนหนึ่ง อยู่มาวันหนึ่งคนเลี้ยงวัวได้พบกับพระรูปหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ ในใจจึงคิดว่า นานๆจะได้พบ พระซักทีถือโอกาสขอชาดื่มสักหน่อย เห็นทีคงจะเป็นยาวิเศษอะไรซักอย่างแน่ๆ ในขณะนั้นชาไม่ได้มีดื่มกันอย่างแพร่หลายในญี่ปุ่น คงมีพระและข้าราชสำนักเท่านั้นที่มีโอกาสดื่มชา ชาวบ้านทั่วไปแทบจะไม่มีโอกาสดื่มชาเลย

เมื่อพระถูกขอชา จึงกล่าวว่า โอ นี่แหละยาวิเศษ ที่มีคุณสามประการ เดี๋ยวอาตมาจะเตรียมให้โยมดื่มเลย
ว่าแล้วพระก็ลงมือเตรียมชา พร้อมกับสาธยายคุณวิเศษของชาทั้งสามประการแก่คนเลี้ยงวัว
ประการแรก เวลานั่งสมาธิมักจะง่วงเหงาห่าวนอน ถ้าดื่มชาเข้าไปก็ช่วยให้อดหลับอดนอนได้ตลอดคืน
ประการที่สอง เวลากินอาหารอิ่มท้อง เมื่อดื่มชาจะทำให้อาหารย่อยได้เร็ว ท้องโล่งตัวเบาสบาย ไม่อึดอัด
และประการสุดท้าย ช่วยให้มันไม่ตั้งนะโยม

พอได้ฟังการสาธยายสรรพคุณชาจากพระจบ คนเลี้ยงวัวก็หน้าเปลี่ยนสี กล่าวตอบ
หลวงพ่อ ตัวข้าทำงานเหนื่อยตัวแทบตลอดทั้งวัน พอกลับถึงบ้านตอนค่ำข้าก็อยากจะนอนตายเป็นศพ ถ้านอนไม่หลับข้าคงจะล้าไม่มีแรงทำงาน อีกอย่างข้าวข้าก็ไม่ค่อยมีจะกรอกหม้อ ที่พอมีก็กินไม่อยู่ท้องอยู่แล้ว ถ้าอาหารย่อยเร็ว ท้องข้าคงร้องครวญครางตลอดเวลา แล้วข้าก็อยู่กินกับเมีย ถ้าดื่มชาเข้าไปก็คงทำเรื่องอย่างว่าไม่ได้นะสิ ถ้าชามีคุณวิเศษแบบหลวงพ่อว่าจริงละก็ ข้าไม่ต้องการแล้วล่ะ หลวงพ่อเก็บไว้ดื่มเองเถิด

เมื่อได้ฟังนิทานญี่ปุ่นเรื่องนี้ ก็นึกถึงการโฆษณาขายของในช่วงที่กระแสสุขภาพนิยมกำลังมาแรง อะไรๆก็ถูกจับโยงเข้ากับความเชื่อว่า กินหรือใช้แล้วทำให้สุขภาพดี เพื่อให้ค้าได้ขายคล่อง คนเลี้ยงวัวในเรื่องก็คงจะได้ฟังคำบอกเล่าสารพัดสรรพคุณชา ถึงได้ขอชาจากหลวงพ่อ จะต่างกับยุคปัจจุบันอยู่บ้างก็ที่หลวงพ่อไม่ได้ค้าขายชา

30 April 2013

ชาเพื่อสุขภาพ

ชาเพื่อสุขภาพ

                             โดย จงรักษ์ กิตติวรการ (ตี่)

หากเชื่อตามที่ คาคุโซ โอกาคุระ เขียนเอาไว้ในหนังสือ book of teaมนุษยชาติรู้จักชาในฐานะยารักษาโรคก่อนต่อมาจึงปรับปรุงชาให้เป็นเครื่องดื่ม ในฐานะของยา เรามุ่งเอาฤทธิ์ในการรักษา ส่วนเครื่องดื่มนั้นเราให้ความสำคัญที่รสชาติชาเริ่มมีสถานะเป็นเครื่องดื่มเมื่อปลายสมัยฮั่น ซึ่งก็ล่วงมาแล้วกว่า ๒๐๐๐ ปีในช่วง ๒๐๐๐ ปีมานี้ ชาถูกปรับปรุงอย่างต่อเนื่องโดยมุ่งเอาสุนทรียรสจนปัจจุบันมีชาที่แตกแขนงไปในวัฒนธรรมต่างๆ เช่น ชาจากจีนที่เข้าไปในทิเบตตั้งแต่สมัยถังถูกปรับเปลี่ยนโดยต้มใบชาผสมกับเกลือและเนยจามรีโดยใช้ตะบันไม้ตีให้ชากับเนยรวมเป็นเนื้อเดียวกันเป็นชารสมันเค็มที่ให้พลังงานความอบอุ่นและชดเชยเกลือให้คนที่อาศัยบนที่ราบสูงชาเขียวป่นที่ผ่านจากจีนเข้าสู่ญี่ปุ่นในยุคซ่ง ถูกปรับปรุงเทคนิคการบดใบชาเป็นผงละเอียดรสชาติที่ละเมียด เมื่อตีให้รวมเข้ากับน้ำร้อนจนขึ้นฟองมีกลิ่นหอมสัมผัสละเอียดนุ่มลื่น รสขมอมหวานและลุ่มลึกในวัฒนธรรม  ชาใบชงน้ำร้อนนับพันชนิดที่จีนค่อยๆคิดทำขึ้นให้กลิ่นรสหลายหลายสีสันฉูดฉาดมีชีวิตชีวา จนชาแดงที่ชาติตะวันตกปรุงกลิ่นให้เกิดความหลากหลายโดยเติมผลไม้หรือสมุนไพรอื่นๆผสมเข้ากับใบชา   ช่วง๒๐๐๐ ปีของมนุษยชาติที่ปรับปรุงชาจนเป็นเครื่องดื่มที่มีกลิ่นรสละเมียดที่อาจพาให้เกิดจินตภาพที่เพริดแพร้ว และความสุขอย่างประณีต

เมื่อกระแสสุขภาพมาแรงสุขภาพถูกใช้เป็นเครื่องมือในการขายชา ทำให้ชาที่ก้าววิวัฒนาการมากว่า ๒๐๐๐ปีในฐานะเครื่องดื่มที่อุดมด้วยวัฒนธรรมและรสอันละเมียดกลับถูกมองในฐานะของยาที่ดิบเถื่อนเช่นชายุคบรรพกาล จะขายชาสักทีอะไรอะไรก็อ้างสุขภาพ เมื่อเห็นโฆษณาชาเพื่อสุขภาพครั้งใด ก็อดไม่ได้ที่จะนึกเปรียบเทียบเหมือนคนขายแปรงสีฟันที่โฆษณาว่าแปรงที่ขายใช้ขัดส้วมได้ หากผมต้องการแปรงสำหรับใช้ขัดส้วมผมก็คงซื้อแปรงขัดส้วมไม่ซื้อแปรงสีฟันไปขัดส้วม อีกทีก็ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าแปรงที่เขาขายอยู่เป็นแปรงสีฟันจริงหรือที่แท้มันคือแปรงขัดส้วม